• Muay-Thai

    Muay Thai (Thai: มวยไทย, RTGS: Muai Thai, IPA: [mūɛj tʰāj]) is a combat sport from Thailand that uses stand-up striking along with various clinching techniques. Read More
  • Muay-Thai Professional

    In basic Muay Thai rules, Muay Thai match formally have no more than 5 rounds, each round take 3 minutes to last, with a two-minute rest period in between. Read More
  • Muay Boran

    Muay boran is an umbrella term for the unarmed martial arts of Thailand prior to the introduction of modern equipment and rules in the 1930s Read More
  • 1
  • 2
  • 3

Muay-Kard-Chiek

 

Muay Kard Chiek

Muay Kard Chiek ครั้นพอศาสตร์การต่อสู้ที่เรียกว่ามวยไทยถูกเผยแพร่ขจรขจายไปทั่วทั้งราชอณาจักร ทำให้เกิดสำนักมวยขึ้นมากมาย ทั้งในและนอกราชสำนัก ถึงขนาดขุนน้ำขุนนางชั้นผู้ใหญ่แทบทุกคนจะมีการหาทนายเลือกเข้ามาอยู่ในสังกัดของตนเพื่อสร้างบารมีให้แก่ตนเอง ครั้นพอราชการต้องการใช้สอยคนดีมีฝีมีอก็ส่งทนายเลือกในสังกัดของตนเข้าประชันขันแข่งเพื่อหาคนเก่งคนกล้าเข้ารับราชการสนองคุณแผ่นดิน จึงทำให้เกิดคนดีมีฝีมือมากมายมาใช้สอยในราชการ ในยามต้องทำสงครามปกป้องราชอณาจักร และเมื่อยามว่างเว้นสงครามก็ยังให้มีการประชันขันแข่งกันระหว่างสำนัก ในพิธีสมโภชต่าง ที่ทางราชการหรือหมู่บ้านจัดขึ้น สมัยนี้การประชันกันมิมีความจำเป็นที่จะมุ่งมายต่อสู้เอาชีวิตกันสู้แค่เอาผลแพ้ชนะกันเพียงเท่านั้น เรียกว่า “มวยคาดเชือก” เพราะได้นำเชือกมาคาดหรือถักที่หมัดยาวมาถึงครึ่งแขน วิธีการถักก็แล้วสำนักหรือครูบาอาจารย์จะสอนให้ เชื่อกันว่ามีความแตกต่างกันหลายแบบด้วยกัน เพื่อป้องการหักการซ้นของมือ ยุคแรกการแข่งขันเอาผลแพ้ชนะนักมวยชกกันค่อนครึ่งวันยังหาผู้ชนะมิได้ ต่อมาจึงกำหนดให้แข่งขันเป็นยก หรือเรียกว่าอันหนึ่ง อันสอง โดยนับจากกะลามะพร้าวตาเดียวเจาะรูเล็กๆแช่น้ำ กะลาจมน้ำก็หมดอันหนึ่ง ครบสามอันยังหาผู้ชนะไม่ได้ก็ให้เสมอกันไป ยุคนี้เป็นการต่อสู้ของลูกผู้ชายอย่างแท้จริง ทำให้มีการเดินสายเสาะแสวงหาเคล็ดวิชาตามสำนักต่างๆ แต่สำนักต่างๆก็ให้เคล็ดวิชาแก่ผู้ใดเป็นเรื่องที่ยากมาก ส่วนมากเคล็ดวิชาจะตกทอดไปที่ศิษย์คนเดียวเท่านั้น ที่ครูเห็นว่าเป็นคนดีมีคุณธรรม ดังนั้นเคล็ดวิชาของแต่ละสำนักจะเป็นความลับมาก เพราะถ้าเคล็ดวิชาถูกนำไปใช้บ่อยๆหรือถูกเปิดเผย ก็จะมีผู้ค้นคิดคนวิธีแก้ทางได้นั้นเอง ด้วยเหตุนี้ต่อมาหลายสำนักจึงพยายามคิดค้น กลมวย ไม้เด็ดไว้แก้ทางคู่ต่อสู้อีกมากมาย

 

สนามแข่งขันก็จะเป็นสนามหญ้าหรือลานวัด มีเชือกกั้น 1 เส้น มีกรรมการห้ามเพื่อจับผู้ล้มขึ้นมาชกใหม่ และห้ามไม่ให้ซ้ำเติมคนล้ม ในงานเผาศพผู้มีฐานะในสมัยก่อน นิยมให้มีมวยชกด้วย
ในสมัยรัชกาลที่ 6 พระยานนทิเสนสุเรนทรภักดี (แมค เศียรเสวี) เริ่มจัดแข่งขันมวยไทยอาชีพครั้งแรกที่สนามมวยสวนกุหลาบ ต่อมาจึงเกิดสนามมวยอื่นๆอีกมากมาย เช่น สนามมวยท่าช้าง หลักเมือง สวนเจ้าเชตุ เสือป่า สวนสนุก เจ้านายสมัยนั้นโปรดการเลี้ยงนักมวยและเสาะหานักมวยฝีมือดีมาเข้าสังกัด จึงมีนักมวยจากหัวเมืองเข้ามาชกในกรุงเทพฯมาก ตัวอย่างเช่น กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีนักมวยเอกคือ หมื่นชงัดเชิงชก กับ โพล้ง เลี้ยงประเสริฐ ม.ร.ว. มานพ ลดาวัลย์ มีนักมวยเอกคือบังสะเล็บ ศรไขว้ ในครั้งนั้นยังมีการคัดเลือกนักมวยเอกขึ้นชกหน้าพระที่นั่งและมีนักมวยได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ เช่น หลวงไชยโชกชกชนะ, หมื่นมวยมีชื่อ, หมื่นมือแม่นหมัด และ หมื่นชงัดเชิงชก
เลิกคาดเชือก
การเปลี่ยนจากการคาดเชือกมาเป็นการสวมนวมแทนนั้นเพราะมีการชกกันถึงตาย ครั้งนั้น นายเจียร์ นักมวยชาวเขมรจากพระตะบองซึ่งมีชื่อเสียงในด้านคงกระพันชาตรี เคยชกคนตายมาแล้ว เข้ามาเปรียบมวยในกรุงเทพฯ พระชลัมภ์พิสัยเสนีย์จึงเสนอนายแพ เลี้ยงประเสริฐขึ้นชกด้วย การชกมีขึ้นที่สนามหลักเมืองของพระยาเทพหัสดินทร์ เมื่อถึงยกที่ 3 นายแพใช้หมัดคู่หรือแม่ไม้ "หนุมานถวายแหวน"ของสำนักบ้านท่าเสา ชกนายเจียร์จนชะงักและเข้าซ้ำจนนายเจียร์ทรุดลงกับพื้นและไม่ลุกขึ้นมาอีกเลย จนสิ้นใจขณะนำส่งโรงพยาบาล แม้ว่าในครั้งนั้น นายแพไม่มีความผิดตามกฎหมาย เพราะกฎหมายที่ใช้อยู่ในครั้งนั้นระบุว่า การตายที่เกิดขึ้นจากการชกมวยที่ต่างฝ่ายต่างสมัครใจมาชกกันเองนั้น ถือว่าไม่มีความผิด ดังที่เคยทีบัญญัติไว้ใน กฎหมายตราสามดวงว่า
ชนทั้งสองเป็นเอกจิตเอกฉันท์ตีมวยด้วยกัน และผู้หนึ่งต้องเจ็บปวดหักโข้นถึงแก่มรณภาพ ท่านว่าหาโทษมิได้ ตลอดจนผู้ยุยงตกรางวัล เพราะเหตุจะได้มีจิตเจตนาให้สิ้นชีวิตก็หามิได้ เป็นกรรมของผู้ถึงมรณภาพเองแล
แต่ก็เป็นเหตุให้กระทรวงมหาดไทยเห็นว่าการชกแบบคาดเชือกรุนแรงเกินไป จึงประกาศห้ามชกมวยคาดเชือกทั่วราชอาณาจักร ให้สวมนวมตามแบบมวยสากลแทน และสวมถุงเท้าด้วย แต่การสวมถุงเท้าทำให้เตะไม่สะดวก นักมวยมักลื่นล้ม จึงเลิกไป แต่ยังมีการสวมนวมจนถึงปัจจุบัน

 


นักมวยคาดเชือกที่มีชื่อเสียงในอดีต
สมเด็จพระนเรศ พระเจ้าเสือ พระยาพิชัย หลวงยกกระบัตร
นายขนมต้ม ทับ จำเกาะ บังสะเล็บ ศรไขว้ บัว วัดอิ่ม ยัง หาญทะเล สุวรรณ นิวาศวัต หมื่นชงัดเชิงชก
หมื่นผลาญดัสกร หมื่นมวยมีชื่อ หมื่นมือแม่นหมัด หลวงไชยโชกชกชนะ ห้าพี่น้องตระกูลเลี้ยงประเสริฐ (โพล้ง แพ โต๊ะ ฤทธิ์ และ พลอย เลี้ยงประเสริฐ)